30 July 2007

เนื้อหาภายใน การตามหาความสำเร็จ

ได้มาจากหนังสือ The Highest Goal ของไมเคิล เรย์ เนื้อหาภายในเล่มจะเกี่ยวกับวิธีการที่ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ด้วยตัวเองหลังจากได้อ่านแล้วพบหัวข้อที่หน้าสนใจและดูเข้ากับsqของการผูกเชือก ตามที่ในเนื้อหากล่าวไว้ว่า ในคนคนหนึ่วนั้นมีคุณสมบัติหลายอย่างเกิดขึ้นในสิ่งที่คุฯชอบทำและเกิดขึ้นในสิ่งที่คุณไม่ชอบทำ ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองสิ่งนั้นมันดันมีคุณสมบัติเดียวกัน และด้วยสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณคิดได้ และจะนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จ มาลองดูกันเลยว่ามันนำมาใช้แบบไหน

ไม่ว่าคุณจะใช้ถ้อยคำเตือนใจหลายอย่างในชีวิตประจำวันคุณหรือไม่ คุณก็สามารถเรียนรู้ว่าอะไรที่คุณพบความสำเร็จที่แท้จริงได้แค่สังเกตเรื่องราววิกฤตในชีวิตที่เกี่ยวโยงกับเป้าหมายสูงสุด ฝึกค้นหาความสำเร็จที่แท้จริง เมื่อคุณทำสิ่งที่ชอบหรือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเป้าหมายสูงสุด ก็จะรู้ว่าปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไร

1.เขียนในสิ่งที่ชอบทำมา20อย่าง โดยมีเงื่อนไขต้อง
- เรียบง่าย และ สนุก
- มีความหมายต่อคุณ
- ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- เวลาจะผ่านเร็วไปมาก
- เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การรอคอย
- ทำให้คุณรู้สึกสบายใจ
- ไม่ทำให้รู้สึกว่าไปทำอย่างอื่นดีกว่า
- คุณสนุกกับสิ่งนั้น
- คุณรู้สึกว่า ทำแล้วมีประโยชน์ต่อเป้าหมายสูงสุดของตัวเอง

2.เขียนในสิ่งที่ไม่ชอบทำมา20อย่าง โดยไม่เข้าเงื่อนไขในข้อแรก

3.เลือกคำตอบที่อยู่ในตาราง ลงในสิ่งที่คุณชอบทำ จะหลายคำก็ได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่คุณได้รับจากการทำสิ่งที่ชอบ
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

4.เช่นเดียวกับสิ่งที่คุณไม่ชอบ เลือกคำตอบในตารางที่รู้สึกว่าเป็นคุณสมบัติที่ขาดไป ตอนทำสิ่งที่ไม่ชอบ

5.นับจำนวนครั้งที่คุณสมบัติแต่ละอย่างเกิดขึ้นในตารางของคุณ คุณจะพบว่าคุณสมบัติที่ได้รับจากการทำสิ่งที่ชอบทำ กับคุณสมบัติที่ขาดไปจากการทำสิ่งที่ไม่ชอบคือ อย่างเดียวกัน

6.นอกจากสังเกตจำนวนครั้งในแต่ละความรู้สึกเกิดขึ้นแล้ว จงสังเกตคุณสมบัติที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น พลัง ความคิด สร้างสรรค์ ความกระตือรือร้น ความมีชีวิตชีวา สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ เช่นเดียวกับความสงบ เป็นหนึ่งเดียว ความเรียบง่าย ก็จะอยู่ในอีกกลุ่ม คุณจะพบว่าตัวเองมีคุณสมบัติมากมายอะไรเช่นนี้


คุณสมบัติเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของตัวคุณเอง หากมีเวลา สามารถใช้คำบรรยายแก่นแท้ในตัวคุณหรือวาดภาพที่แสดงถึงความเป็นตัวคุณออกมา เรื่องราวและภาพพวกนี้จะก้าวพ้นมุมมองของคุณสมบัติ ทำให้เกิดโฉมหน้าใหม่ของความสำเร็จที่แท้จริงสำหรับคุณ

ความเป็นไปได้ ในการเป็น Conceptual Book

การทดลองระบบ sq. การผูกรองเท้า โดยการนำเชือกมาเป็นลูกเล่น การไขว้ใช้เนื้อหาเข้ามาทำให้ไขว้กัน และการเลือกคำตอบผ่านรูต่างๆ ซึ่งหน้าแต่ล่ะหน้าก็จะมีคำถาม ที่มีคำตอบให้เลือก อาจจะเป็นคำถามง่ายๆที่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะตอบอย่างไร แล้วแล้วรอยผ่านรูไป เพื่อไปถึงเป้าหมายอีกฝั่งนึง

หน้าแต่ล่ะหน้าจะมีการสลับสีให้ดูเป็นการแบ่งโซน ของทางเลือก ทั้งคำถาม ที่มีอยู่ 2ชุด ตามหูเชือกผูกรองเท้า

ตัวอย่างการเจาะรู เพื่อรอยเชือกแบบคราวๆ

23 July 2007

การผูกปม บทสรุปของSQ(หรอ)

เกิดการสงสัยเกี่ยวกับการผูกปมหลังจากที่รอยเชือกในห่วงจนหมดแล้ว จึงไปค้นหาดูว่ามันมีการผูกปมกี่แบบ โดยทั่วไปแล้วการจะบอกว่ามันมีกี่แบบนั้นยากมากจากการหาขอมูลผมคิดว่ามันขึ้นอยู่ คนผูก สภาวะแวดล้อมของที่นั้นๆ และหน้าที่ของคนนั้นๆ คือการผูกเชือกรองเท้า สำหรับรองเท้าที่ใส่ทำงาน หรือเดินเล่นทั่วไป พวกเรามักไม่ค่อยมีปัญหา เพราะว่า เน้นแค่ความสวยงามเท่านั้น แม้ว่าเวลาเดินไปจะหลุด ออกก็แค่ผูกใหม่แค่นั้นเช่นถ้าเป็นนักกีฬา คงต้องผูกให้เชือกรองเท้าไม่หลุดง่าย


ใช้เทคนิคการเหน็บปลายเชือก ที่เหลือและหูกระต่ายทั้งหมดเข้าไปใต้เชือกรองเท้าส่วนที่ร้อยสานกันไว้ดังรูป

ปมที่ผูกโดยทั่วไปนั้นเรียกว่าการผูกแบบเงื่อนพิรอด
เป็นเงื่อนที่มีประโยชน์มากในชีวิตประจำวันของเรา โดยเฉพาะการต่อปลายเชือก ๒ข้างเข้าด้วยกันด้วยเงื่อนนี้จะแน่นมากแต่ก็แก้ออกได้ง่าย

ประโยชน์

1. ใช้เชือกต่อ ๒ เส้น มีขนาดเท่ากัน และเหนี่ยวเท่ากัน

2. ใช้ผูกปลายเชือกเส้นเดียวกัน เพื่อผูกมัดห่อสิ่งของและวัสดุต่างๆ

3. ใช้ผูกเชือกผูกรองเท้า (ผูกเงื่อนพิรอด กระตุกปลาย ๒ ข้าง)

4. ใช้ในการปฐมพยาบาล เช่น ผูกชายผ้าพันแผล ผูกชายผ้าทำสลิงคล้องคอ ใช้ผูกปลายเชือกกากบาทญี่ปุ่น

5. ใช้ต่อผ้าเพื่อให้ความยาวตามต้องการในกรณีที่ไม่มีเชือก เช่น ต่อผ้าปูที่นอน ใช้ช่วยคนในยามฉุกเฉินเมื่อเวลาเกิดเพลิงไหม้ และใช้ผ้าพันคอลูกเสือต่อกัน เพื่อช่วยคนที่ติดอยู่บนที่สูง และใช้ผูกโบ เป็นต้น


ซึ่งกะจะนำข้อมูลเหล่านี้มาช่วยในการโยงเรื่องราวของการไขว้กันและการบรรจบ.....แต่ตอนนี้นึกไปถึง ปริศนาอักษรไขว้....

ต่อกันกับ เชือกผูกรองเท้า

จากSQการผูกเชือก ทำให้ไปคิดต่อถึงเรื่องการไขว้ไปมาของเชือกผูกรองเท้า ที่เกิดจากเชือกเส้นเดียว เลยคิดถึงเรื่องที่มักจะ ส่วนทาง ขัดแย้ง และไขว้ไปมาเสมอเมื่อมาพบกัน แต่สุดท้ายแล้วมันก็คือเรื่องเดียวกันนั้นเอง เพราะว่าท้ายสุดของเชือกยังไงก็ต้องมาผูกเป็นปมอยู่ดี

การผูกเชือกรองเท้านั้นมีหลายรูปแบบมาก ซึ่งแต่ล่ะรูปแบบส่วนใหญ่นั้นก็ไม่พ้นการไขว้ไปมาของเชือก

แต่ผมเน้นไปที่การผูกแบบทั่วไป ตามรูป



จากการที่ได้ไปคิด พิจารณาแบบมั่วนิ่มปนจริงจัง เลยได้อุตริ คิดว่าเชือก1เส้นนั้นได้ลองแทนเป็น คน1คน
ส่วนหูเชือก แทนเป็น นิสัย สรุปคือเป็นคน2บุคลิก



เขาจึงต้องทางเดินที่แตกต่างกันที่อยู่ภายในคนคนเดียว แต่ว่าเรื่องที่แตกต่างกันของเขาสุดท้ายแล้วก็เป็นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

10 July 2007

SQ การพับกระดาษ

การพับกระดาษ เวลาเราพับครึ่งนึงพอเราคลี่กระดาษออกมามันก็จะมีสี่เหลี่ยมเพิ่มขึ้น ที่ล่ะ2เท่าไปเรื่อยๆ เหมือนการแตกเซลส์ แต่ว่ามันไม่ได้แตกไปเรื่อยๆเหมือนเซลส์ มันกลับมีจุดสิ้นสุดของมัน จากการทดลอง กระดาษหลายชนิดและหลายขนาดส่วนใหญ่สามารถพับได้เต็มที่แค่6ครั้ง ซึ่งถ้ามากกว่านั้นอาจจะฉีกขาดได้
ตัวอย่างการพับและจำนวนช่อง

1 ครั้ง= 2ช่อง 2=4 3=8 4 =16 5=32 6=64 7=128 ????

สิ่งที่ได้สังเกตเห็นก็คือ การที่มันเพิ่มจำนวนของช่องขึ้นเรื่อยๆแต่ตัวเองกลับมีขนาดเล็กลง ซึ่งสามารถนำหลักการนี้มาใช้ได้ ซึ่งได้คิดไปว่า การที่มันไม่สามารถพับมากว่า6ครั้งได้นั้น ซึ่งเป็นการขัดจังหวะ ถ้าไปมากว่าก็จะขาด เหมือนกับสิ่งที่กำลังพัฒนาและหยุดการเจริญเติบโต...

แล้งยังงัยล่ะ........................

09 July 2007

SQ.การผูกเชือกรองเท้า

การผูกเชือกรองเท้า มีการไขว้ไปไข้วมา จากรูซ้ายขวาสลับไปมา ทำให้เกิดเป็นระบบ ซึ่งก็มรอยู่หลายรูปแบบ สิ่งที่น่าสนใจคือ จะอยู่ระหว่างการผูกเชือกที่รอยไปมาจะเกิดลวดลายระหว่างรู ที่เป็นรูปกากบาท ตามแบบของการผูกเชือกแบบพื้นฐานทั่วไป ซึ่งเดี่ยวนี้มันได้มีการผูกแบบแปลกๆเพิ่มขึ้นมามากมาย ผมจึงสนใจว่า ถ้าหากเราข้ามขั้นตอน การผูกแบบพื้นฐานที่ต้องผูกแบบ 1 --> 2 --> 3 --> 4 มาเป็น 1 --> 4 ---> 7 จะทำให้ระบบนั้นเปลี่ยนไป แต่ก็ทำให้เกิดรูปแบบใหม่ขึ้นด้วย...

ช่วย c0mment ด้วยคร้าบ

02 July 2007

งานsequence V 0.3

หลังจากที่ได้ลองคิดงานsequenceไป2งานแล้ว แต่ว่ามันดูไม่ค่อยจะได้เรื่องซักเท่าไหร่ และมันยังดูยิ่งคิดก็ยิ่งจะเข้าตัวอีกด้วย เลยอยากลองจะทำอะไรง่ายด้วยsequenceที่เข้าใจง่ายๆ ที่คนอื่นดูแล้วสามารถรู้ได้ว่าsequenceคืออะไร....????(คือไรอะ)

งานที่คิดออกมาก็คือ "การขัดจังหวะของระบบของการวาดรูป"

ที่บอกว่าการบ้านนั้นเป็นระบบsequence ก็เพราะ ถ้าเราส่งการบ้านนั้น เราก็จะได้คะแนนใช่ม่ะ หรืออาจจะไม่ต้องโดนทำโทษ
ถ้าส่งครบตลอดก็จะได้เกรดดีๆ อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าหากอยู่ๆมีอะไรมาคอยขัดไม่ให้เราสามารถทำการบ้านได้...จะเป็นยังงัย
ก็เลยเกิดเป็นคอนเซปงานชิ้นนี้ขึ้นมา...

นี้หนอวิถีไทย

สร้างวัดขึ้นสูงเทียมฟ้า แต่หานิพพานไม่สร้างโบถส์วิจิตรเพียงใด แต่ใยถึงไม่นิพพาน
กราบไหว้พระอิฐทุกเมื่อ เพราะเชื่อจะมีกุศลแต่ใยชีวิตอับจน บนบานคงยังไม่พอ
ห้อยจุตคามรามเทพ หวังเสพสุขไม่ขัดสนชีวิตนี้คงไม่มีจน ขนเงินไปซื้อจตุคาม
พระพุทธสอนไว้ไม่คิด อย่าติดยึดในวัตถุพระสาวกท่านไม่ทะลุ มุแต่วัตถุมงคล


ขโมยจาก1000ทิพย์.คอม

01 July 2007

งานsequence V 0.1 ล่ม

sequence ที่ผมสนใจตอนนี้คือsequenceของ ระบบดิจิตอลที่มีตัวเลขฐาน2เป็นตัวทำงาน นั้นคือระบบเลข binary numberal หรือที่รู้จักกัน 0 และ 1นั้นเอง

0และ1 เปรียบได้เป็นเหมือนกับ สวิตซ์ปิดและเปิดเท่านั้น ทำให้ระบบsequence ของมันนั้นแทบจะไม่มีการถูก ขัดจังหวะ หรือทำลายลงได้เลย ซึ่งมันเป็นผลทำให้มันไม่สามารถคิดเองได้ หลายคนอาจคิดว่าดิจิตอลเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่จริลๆแล้วมันเป็นสิ่งที่เราสัมผัสในชีวิตประจำวัน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ วิทยุ โดยมีมนุษย์เป็นตัวเชื่อมทำให้เกิด sequence
เช่น คอมพิวเตอร์ ----> มนุษย์ ----> ความพอใจ เป็นต้น

เลยคิดว่าถ้าหากอุปกรณ์ดิจิตอลมันคิดเองได้ล่ะ ลองใส่ตัวขัดจังหวะเข้าไปในระบบ มันจะมีผลกะมนุษย์หรืออย่างอื่น อย่างไร ในรูปแบบแปลกๆบ้าง เท่าที่ลองคิดอยู่ก็ อาจจะทำเป็นโปรแกรม ที่โต้ตอบ แต่ไม่ตอบสนองกะความคิดของมนุษย์อะไรประมาณนั้น(ยากฟระ)

งานsequence V 0.2 ล่ม

"ถ้าคุณทำแบบนี้กับสิ่งหนึ่งมันก็ย่อมมีผลกับสิ่งหนึ่ง สิ่งน้อยนิดอาจทำให้เกิดสิ่งที่เสียหายมหาสารได้" นั้นเป็นคำอธิบายแบบคราวๆปนมั่ว ของ ทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีก ซึ่งเป็นโปรเจคที่คิดไว้แล้วดูน่าสนใจ จากนิยามข้างบนที่สื่อถึงระบบsequenceแล้ว ผมได้คิดถึง สภาวะโลกเราตอนนนี้ ว่าที่มันแล้วรายก็เพราะว่าเกิดจากมนุษย์ ว่าแค่คนคนเดียวก็ก่อให้เกิดสงครามทั้งโลกได้ สงครามสามารถทำหลายทุกสิ่งได้ เป็นทอดๆ ตามลำดับ ก้เลยนึกถึงตัวโดมิโน จึงคิดจะเอามาใช้ในงานด้วย คาดว่าไม่ทำเป็นflashกะน่าจะเป็นtime base media......