18 August 2007

อีก 1 กับการพัฒนาสื่อของประเทศไทย

นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กกช.) กล่าวว่า
ที่ประชุม กกช.เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การโฆษณาที่มีผลต่อเด็กและเยาวชน
โดยจะออกประกาศหลักเกณฑ์การโฆษณาที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนใน 2 มาตราการหลัก ดังนี้
มาตรการที่ 1 การกำหนดระยะเวลาและความถี่ในการออกอากาศ ให้รายการสำหรับเด็ก 1 ชั่วโมง มีโฆษณาได้ไม่เกิน 12 นาที แบ่งเป็นโฆษณาไม่เกิน 10 นาที

และส่งเสริมการบริโภคที่ถูกต้องทางวิชาการให้เด็กอย่างน้อย 2 นาที ซึ่งต้องนับรวมเวลาที่ใช้ในการโฆษณาแฝงเป็นเวลาโฆษณาด้วย


"การโฆษณาในรายการสำหรับเด็ก ห้ามมีข้อความทางการค้าเดียวกันหรือต่างกันของสินค้าชนิดเดียวกันออกอากาศเกิน

4 ครั้งต่อหนึ่งชั่วโมง และต้องไม่เกิน 2 ครั้งต่อครึ่งชั่วโมง"


มาตรการที่ 2 การให้ข้อเท็จจริงและป้องกันการจูงใจเด็กให้บริโภคใน 4 ข้อคือ


1. งดการโฆษณาส่งเสริมการขายโดยใช้ของเล่นของแถมของแจก ของแลกซื้อ การชิงรางวัล และการเล่นเกม


2. งดการใช้หุ่น ตัวการ์ตูน บุคคลและตัวละครที่เด็กรู้จักเป็นอย่างดี
หรืออยู่ในรายการสำหรับเด็กมาโฆษณาสินค้าบริการหรือของแถม รวมทั้งห้ามจับ ถือ หรือบริโภค


3. การโฆษณาต้องไม่มีเนื้อหาเชิญชวนให้เด็กบริโภคจนเกินขอบเขต ไม่นำเสนอข้อความ เสียง ภาพถ่าย
หรือรูปภาพของสินค้าและบริการใดๆ ที่เกินจริง เช่น คุณประโยชน์ ความเร็ว ขนาด สี ความทนทาน เป็นต้น


4. คำเตือนใดๆ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้มีในฉลาก จะต้องปรากฏในโฆษณาเช่นกัน ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องปฏิบัติใน "รายการสำหรับเด็ก"


ที่มีความหมายรวมถึงรายการประเภท ป ด และ ท ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก เช่น การ์ตูน หุ่นยนต์ด้วย ซึ่งจะออกเป็นประกาศการโฆษณาและบริการที่มีผลกระทบต่อเด็กโดยกรมประชาสัมพันธ์ และมีผลบังคับใช้ 3 เดือน หลังจากออกประกาศ เพื่อให้เวลาผู้ผลิตได้ศึกษาข้อปฏิบัติ

ให้เลิกขายไปเลยมั๊ยล่ะ

No comments: